รีวิวหนัง American Sniper – อเมริกัน สไนเปอร์

เรื่องย่อหนัง

ผลงานปัจจุบันนี้จากผู้กำกับ คลินต์ อีสต์วู้ด พาคุณบันเทิงใจเดือดเลือดพล่านไปกับ คริส ไคล์ (กางรดลี่ย์ คูเปอร์) เหมาะสมที่สุดมือสังหารระดับพระรอยดำในประวัติศาสตร์ของกองกองทัพอเมริกา แม้กระนั้นภายใต้ความเชี่ยวชาญแม่นปืนของทหารวีรบุรุษอเมริกันคนนี้กลับแอบเรื่องราวจำนวนมากเอาไว้! เมื่อ คริส ไคล์ พลแม่นปืนขึ้นตรงต่อหน่วยรบพิเศษของสหรัฐอเมริกา (ซีลล์) ถูกส่งไปยังอิรัก เพื่อปฏิบัติภารกิจเพียงอันเดียว ซึ่งก็คือ คุ้มครองรักษาพี่น้องทหาร ด้วยความรู้ความเข้าใจความแม่นยำทำให้เขาสามารถรักษาชีวิตเพื่อนพ้องทหารในสนามรบมานับไม่ถ้วน ความมั่นใจของเขาเป็นที่เลื่องลือในกรุ๊ปมิตรสหายทหารหน่วยซีลล์ จนได้รับสมญานามว่า เดอะ เลเจนด์ จนกระทั่งในแวดวงศัตรูเกียรติของคริสก็เลื่องลือ จวบจนกระทั่งถูกตั้งฉายาจากข้างศัตรูว่า ปีศาจร้ายที่ราห์มาดี หรือ เดอะ เดวิลล์ ทำให้เขาถูกตั้งราคาค่าหัวถึง 2 หมื่นดอลลาร์ (ราว 650,000 บาท) และกลายเป็นเป้าหมายหลักของข้างต้าน ถึงแม้ควรต้องเปลี่ยนกับอันตรายรวมทั้งการจำเป็นต้องสูญเสียคนรอบข้างผู้เป็นหวานใจ คริสก็ยังคงเดินหน้าทำหน้าที่อันแสนทรมาทรกรรมในอิรักตลอดทั้ง 4 ครั้งที่ถูกส่งไป ทำให้เขาแปลงเปรียบได้กับสัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณของหน่วยซีลล์ที่ว่า อย่าไม่ให้ความสนใจคนไหนกัน! แม้กระนั้นในช่วงเวลาที่เขากำลังจะได้กลับไปอยู่ที่บ้านนั้น คริสก็ศึกษาค้นพบว่า การรบทัพจับศึกต่างหากที่เขาไม่อาจจะทอดทิ้งไปได้

 

วิภาควิจารณ์ หนัง

American Sniper (Clint Eastwood / USA / 2014)
 
หนังสงครามหลายเรื่องถูกใจมีจุดร่วมคล้ายคลึงกันที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดความซ้ำซากจำเจเป็นบรรยากาศฉากรบ  ฝั่งแรกเป็นหนังที่มุ่งมาดปรารถนาเอาความมันยิงกระหน่ำกันตูมตามวิ่งหนีกันนุงนังมองดูสนุกเหนือจริงจนกระทั่ง และจากนั้นก็ซัดความระทึกใจตกใจใส่เราได้ตลอดเวลา  อีกฝั่งหนึ่งเป็นหนังสมจริงสมจังที่จะจำเป็นต้องรายล้อมด้วยความรู้สึกกดดันรวมถึงตึงเครียดทางอารมณ์ที่อันตรายรอบด้านจากระเบิดและก็หัวกระสุนจนกระทั่งเกิดความระแวงสงสัยถึงขนาดควรมีสติกับเนื้อกับตัวรวมทั้งจำเป็นต้องนั่งติดเก้าอี้ผ่อนคลายความตกใจกลัวที่เบาๆคืบคลานความรู้สึกของเราไว้ตลอดเวลา  ซึ่งเราถูกใจเห็นในหนังสงครามที่สร้างขึ้นมาจากข้อพิสูจน์ และแน่นอนว่า American Sniper ปักธงดาว 50 ดาวตั้งฐานที่มั่นอยู่ฝั่งแรก
 
พอเพียงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกันแล้วสิ่งที่สำคัญเยอะมากๆเป็นการควบคุมที่จะพาจังหวะของหนังขยับเขยื้อนไปในวิธีไหนซึ่งปู่ Clint Eastwood ก็ทำให้เราลงความคิดเห็นว่าผู้กำกับวัยเก๋าความรู้ความเข้าใจเซียนระดับรางวัลออสการ์ยังสามารถดึงมาตรฐานของตนเองขึ้นมาจากงานหนังที่ดูดร็อปลงเทียวไปเทียวมากในตอนไม่กี่ปีให้หลัง  แต่มันก็ไม่ได้ดีสะดุดตาในระดับที่สมน้ำสมเนื้อกับผลงานมาสเตอร์พีสก่อนหน้านั้นหลายๆเรื่องหรอก  เป็นถ้ามองเพียงภาพที่เห็นเพียงผิวเผินแล้วมันก็ไม่ค่อยไม่เหมือนกับหนังสงครามธรรมดาในด้านของการสร้างสรรค์วางแบบกระบวนการเล่าฉากต่าง ซึ่งก็เป็นไปตามหน้าที่เรื่องรวมทั้งเรื่องราวนักแสดงอย่างปกติ ไม่ได้เด่นด้วยภาพหรือสิ่งของทางภาพยนตร์อื่นเพื่อเน้นสื่อความหมาย แม้กระนั้นก็แน่นอนว่ามันนำพาความสมจริงมาเต็มกระเป๋า ก่อนจะดึงมันหายไปในฉากไคลแม็กซ์ที่ CGI แนวลูกกระสุนนัดนั้นมันขัดกับความเหมือนจริงก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาทั้งยังเรื่องเสียอย่างยิ่ง

 
 

ส่วนตัวแล้วเราเป็นคนที่ตกหลุมสงสัยของหนังสงครามทำนองนี้ได้ง่ายสุดๆๆAmerican Sniper ก็เลยยิงเราโดนดูเหมือนจะทุกนัดอย่างหวาดเสียว ถึงจะไม่ถึงขั้นนั่งไม่ติดเบาะกระทั่งตะลึงงันอึงอื้อไปเลยถึงแม้ความรุนแรงของการสู้รบที่สัมผัสจากหนังมันก็กระสับกระส่ายอยู่ในความรู้สึกอยู่นานพอสมควร แม้กระนั้นถ้าเกิดมองเพียงแต่ภาพที่เห็นเพียงผิวเผินแล้วมันก็ไม่ค่อยแตกต่างจากหนังสงครามปกติในทางของการสร้างสรรค์ออกแบบกรรมวิธีเล่าฉากต่าง  ซึ่งก็เป็นไปตามหน้าที่สถานะการณ์และเรื่องราวศิลปินอย่างปกติ  ไม่ได้สะดุดตาด้วยภาพหรือสิ่งของทางภาพยนตร์อื่นเพื่อเน้นสื่อความหมาย  แม้กระนั้นก็แน่นอนว่ามันนำเอาความสมจริงมาเต็มกระเป๋า  ก่อนจะกระชากมันหายไปในฉากไคลแม็กซ์ที่ CGI แนวลูกกระสุนนัดนั้นมันขัดกับความเหมือนจริงก่อนหน้าที่ผ่านมาทั้งเรื่องเสียเป็นอย่างมาก

 
ส่วนของบทหนังก็เลยแปลงมาเป็นส่วนเติมเต็มข้อเสียระหว่างทางที่ดูอย่างกับว่าเป็นหนังสรรเสริญหรือแอนตี้ทางใดทางหนึ่งที่ตั้งจิตใจให้เห็นภาพความรุนแรงและจากนั้นก็ถามอะไรก็ไม่ทราบล่ะ  ซึ่งตอนสุดท้ายมันก็สามารถตอบสรุปได้อย่างยิ่งถ่วง  แค่เพียงตัวหนังสือสรุปตอนสุดท้ายผู้แสดงในด้านข้างหลังเรื่องที่มีพลังกระเทือนทัศนคติอเมริกันวีรบุรุษศัตรูสูงถึงขีดสูงสุด  กระเทือนเท่าๆในเส้นกราฟระดับเดียวกันกับตอนสุดท้ายของ Imitation Game ที่สุดข้างหลังความรุนแรงก็เป็นตอนท้ายที่สุดของนักแสดง แม้ว่าไม่เหมือนกันที่ American Sniper ผู้แสดงนำฝ่ายชายใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตอบโต้อุดมคติรักชาติ แม้กระนั้นใน Imitation Game ผู้แสดงนำชายไม่หลุดพ้นจากการเป็นเหยื่อของความรุนแรงจนกระทั่งวินาทีท้ายที่สุดของชีวิต  แม้ทัศนคติของผู้แสดงนำชายทั้งสองเรื่องจะแตกต่าง แต่หนังเข้าชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์ดีทั้งสองเรื่องนี้ก็เป็นตัวแทนตั้งการ์ดต้านการสู้รบและจากนั้นก็ความรุนแรงอย่างเห็นได้ชัดเจน

ยอดเยี่ยมบล็อกเกี่ยวกับหนังที่น่าดึงดูดในปี 2020 (จัดลำดับบล็อก)

DOOFREEMOVIES.COM เว็บไซต์ ดูหนังฟรี ฟรี หนังใหม่ชนโรง อยากได้ปลุกกระแสสำหรับคนชอบดูหนังที่ชอบในการดูหนังนอกจากในโรงภาพยนต์ไม่เว้นแม้กระทั้งการดูหนังบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ Iphone Ipad Tablet หรือ Android ทุกแบรนด์ ซึ่งเว็บ ดูหนังผ่านเน็ตฟรี ของพวกเรานับว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีเยี่ยมที่สุด สำหรับในการดูหนังใหม่ปัจจุบันด้วยความแหลมคมชัดระดับ HD ตั้งแต่ 360px, 480px, 720px และก็ 1080px ไปจนกระทั่งความแหลมคมชัด 4K หรือ Ultra HD ดังนี้สำหรับในการเลือกดูหนังออนไลน์มันๆกับพวกเราผู้ชมจำต้องเลือกความละเอียดหนังตามความเร็วอินเตอร์เนทของท่านในแบบ 3G 4G Wifi รวมทั้ง Hi-Speed Internet อย่างเหมาะควร